สาระดีๆ มีให้อ่านทุกวัน

 

           หลายๆ คนอาจชอบรับประทานวิตามิน และเลือกที่จะรับประทานวิตามินแทนอาหารเพราะเชื่อในประโยชน์ของวิตามิน โดยที่เราอาจไม่รู้ว่าวิตามินเมื่อมีประโยชน์ ก็ต้องมีโทษต่อร่างกายได้เช่นกัน วิตามินบางชนิดก็ยังมีโทษที่เราไม่คาดคิด หากได้รับในปริมาณที่มากเกินไป เนื่องจากอาจสะสมอยู่ในร่างกายจนเกิดเป็นพิษได้ โดยปรกติที่เราทราบๆ กันว่าวิตามินแบ่งออกเป็น 2 ชนิดด้วยกัน คือ

           1.ชนิดที่ละลายในน้ำ ได้แก่ วิตามินบีวิตามินซี ชนิดที่มักไม่ค่อยเป็นอันตรายต่อสุขภาพเนื่องจากสามารถขับออกทางปัสสาวะได้ จะมีก็แต่วิตามินซีเท่านั้น ถ้ากินเข้าไปมากๆ อาจทำให้เกิดนิ่ว ท้องเสีย เป็นผื่น ปัสสาวะบ่อย เด็กๆ ที่ชอบกินวิตามินซีโดยอมเล่นทีละมากๆ ก็อาจทำให้ฟันผุได้เนื่องจากวิตามินซี เป็นกรด

           2.ชนิดที่ละลายในไขมัน ได้แก่วิตามินเอ ดี อี เคเป็นชนิดที่น่าเป็นห่วงเพราะอาจสะสมในร่างกายจนเป็นพิษได้

สำหรับ อันตรายของวิตามินตัวอย่างเช่น

           วิตามินเอที่มีประโยชน์ช่วยในการมองเห็นและช่วยให้ผิวหนังเป็นปรกตินั้น หากรับประทานเข้าไปมากๆ จะสะสมในร่างกายแล้ว จะมีอาการอ่อนเพลีย ซึมเบื่ออาหารแน่นท้อง ปวดท้อง คลื่นไส้ ปวดกระดูกข้อต่อ ผมร่วง นอนไม่หลับ กระวนกระวายเป็นต้น ดังนั้นคงไม่ต้องไปซื้อหามารับประทานเองโดยไม่จำเป็นเพราะวิตามินเอมีใน น้ำมันตับปลา ไข่แดง ฟักทอง มะละกอสุก มะม่วงสุก มะเขือเทศ ผักใบเขียว

           วิตามินดีช่วยในการเจริญเติบโตของกระดูกและฟัน มีมากในน้ำมันตับปลา ตับและยีสต์ แสงแดด อ่อนๆ ยามเช้าก็ช่วยให้ร่างกายสร้างวิตามินดีได้ ปรกติร่างกายต้องการวิตามินดีวันละ 400 หน่วย

           อย่างไรก็ตาม ถ้าได้รับวิตามินดีมากจนเกินไปก็อาจเป็นผลเสียต่อระบบเลือด ไตวายถึงขั้นเสียชีวิตได้ ส่วนในเด็กและทารกก็จะเติบโตช้า ดังนั้นพ่อแม่ที่นิยมให้วิตามินหรือน้ำมันตับปลาแก่ลูกเป็นประจำก็ควรรู้ว่า ลูกได้รับวิตามินดีเท่าไรมิ ฉะนั้นอาจก่อให้เกิดโทษแก่ลูกรักได้

           เมื่อรู้เช่นนี้ เพียงแต่รับประทานอาหารให้ครบทุกประเภท ในปริมาณที่เหมาะสมรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้วิตามินกันอย่างมากมาย จนเรียกว่าใช้พร่ำเพรื่อเพราะคงไม่มีใครอยากเจ็บป่วยเนื่องจากรับประทานวิตามินจนเกินขนาดถึงขั้นได้รับ “พิษจากวิตามิน” ได้

ดังนั้นหากเราหันมาบริโภคผลไม้ที่ให้วิตามินและสารเกลือแร่ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายโดยไม่ ต้องพึ่งวิตามินน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เช่น

           ลูกพรุน (Prunes) เป็นแหล่งที่ดีของโปแตสเซียม เหล็กและไฟเบอร์ ที่สำคัญพรุนช่วยทำให้ผิวพรรณมีเลือดฝาด พรุนเป็นแหล่งธาตุเหล็กที่ดี พรุนแห้งหนึ่งขีดมีธาตุเหล็ก 2.78 มิลลิกรัม และมีวิตามินซีซึ่งช่วยในการดูดซึมธาตุต่างๆ เข้าสู่ร่างกาย

           กีวี (Kiwi fruit)มีสารอาหารหลายชนิดเช่นเหล็ก แมกนีเซียมฟอสฟอรัส โพแทสเซียม วิตามินซี วิตามินอี มีเส้นใยมาก ให้แคลอรี่ต่ำและไม่มีคอเลสเตอรอล ซึ่งวิตามินซีที่มีในผลกีวีนั้น ช่วยเสริมสร้างใยคอลลาเจนดีต่อสุขภาพผิว ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผิวช่วย ลบเลือนริ้วลอยลบลอยด่างดำบนใบหน้าเพิ่มความใสให้แก่ผิวขจัดสารพิษออก จากร่างกาย ทำให้แก่ช้าเป็นตัวสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นเส้นใยทำหน้าที่ เชื่อมเนื้อเยื่อต่างๆ ไว้ด้วยกัน ทั้งยังเป็นตัวสร้างกระดูก ฟัน เหงือกและเส้นเลือด ช่วยให้แผลสดและแผลไฟไหม้หายเร็วขึ้น

           ทับทิมเป็นผลไม้มีรสหวานหรือเปรี้ยวอมหวาน น้ำคั้นจากเมล็ดทับทิมมีกลิ่นหอมชวนดื่ม ประกอบด้วยน้ำตาลและกรดที่เป็นประโยชน์ รวมถึงวิตามินเอ ซี อี ธาตุเหล็กแคลเซียมและแมกนีเซียม ซึ่งเป็นธาตุสำคัญที่ร่างกายต้องการ

           แอปเปิลมีสารสำคัญคือเบต้าแคโรทีนวิตามินซีและเส้นใยไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำ ที่ชื่อ “เพคติน” ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดความอยากอาหาร ลดน้ำหนักและลดคอเลสเตอรอลได้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Tag Cloud

%d bloggers like this: